top of page

สอนเปียโนให้ผู้เรียนอยากซ้อมต่อ: นำโมเดล ARCS ของจอห์น เคลเลอร์ ความสนใจ ความเกี่ยวข้อง ความมั่นใจ และความพึงพอใจ มาออกแบบบทเรียน

4 วันที่ผ่านมา
ยาว 1 นาที

ครูสอนดนตรีและครูเปียโนแทบทุกคนเคยเจอสถานการณ์ที่นักเรียนเล่นได้ดีในคาบ แต่กลับมาสัปดาห์ถัดไปโดยแทบไม่ได้แตะคีย์บอร์ดเลย ปัญหานี้มักถูกมองว่าเป็นเรื่องวินัยของผู้เรียน แต่นักออกแบบการเรียนการสอนกลุ่มหนึ่งมองต่างออกไป และเสนอว่าแรงจูงใจเป็นองค์ประกอบของบทเรียนที่ครูวางแผนได้ ไม่ต่างจากการเลือกเพลงหรือการวางลำดับทักษะ

แรงจูงใจเป็นสิ่งที่ออกแบบได้

หนึ่งในกรอบคิดที่ถูกใช้แพร่หลายคือโมเดล ARCS ของจอห์น เอ็ม. เคลเลอร์ นักวิชาการด้านการออกแบบการเรียนการสอนจากสหรัฐอเมริกา ผู้ทำงานที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐฟลอริดาเป็นเวลานาน เคลเลอร์พัฒนาโมเดลนี้ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 และเผยแพร่บทความสำคัญชื่อ Development and use of the ARCS model of instructional design ในวารสาร Journal of Instructional Development เมื่อปี 1987

แนวคิดพื้นฐานของเคลเลอร์มาจากทฤษฎีความคาดหวังและคุณค่า ซึ่งอธิบายว่าคนจะลงแรงกับงานหนึ่งเมื่อเห็นคุณค่าของงานนั้น และเชื่อว่าตัวเองมีโอกาสทำสำเร็จ เคลเลอร์รวบรวมงานวิจัยด้านแรงจูงใจหลายสาย แล้วจัดกลุ่มเป็นสี่องค์ประกอบที่ครูนำไปใช้ได้จริง ได้แก่ Attention หรือความสนใจ Relevance หรือความเกี่ยวข้อง Confidence หรือความมั่นใจ และ Satisfaction หรือความพึงพอใจ

ในปี 2010 เคลเลอร์รวบรวมงานทั้งหมดไว้ในหนังสือ Motivational Design for Learning and Performance: The ARCS Model Approach ที่สำนักพิมพ์ Springer จัดพิมพ์ และยังพัฒนาแบบสอบถามสำหรับวัดแรงจูงใจต่อสื่อการเรียน ซึ่งนักวิจัยด้านการศึกษาใช้ประเมินบทเรียนออนไลน์และสื่อดิจิทัลจำนวนมาก เหตุนี้ ARCS จึงไม่ได้เป็นแค่แนวคิดในตำรา แต่เป็นเครื่องมือตรวจสอบบทเรียนที่มีการศึกษารองรับ

A: ดึงความสนใจให้อยู่กับคีย์บอร์ด

องค์ประกอบแรกคือความสนใจ เคลเลอร์แยกความสนใจออกเป็นการกระตุ้นการรับรู้ เช่น เสียงหรือภาพที่แปลกใหม่ การกระตุ้นความอยากรู้ด้วยคำถามหรือปัญหา และความหลากหลายของกิจกรรม เพราะต่อให้กิจกรรมดีแค่ไหน ถ้าทำซ้ำแบบเดิมนานเกินไป ความสนใจก็ลดลง

ในคาบเปียโน ครูอาจเปิดคาบด้วยการเล่นท่อนสั้น ๆ สองแบบแล้วถามว่าต่างกันตรงไหน แทนการเริ่มด้วยการไล่สเกลทันที หรือให้นักเรียนลองหาทำนองที่ได้ยินในโฆษณาด้วยหูก่อนเปิดโน้ต คำถามที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปเปลี่ยนนักเรียนจากผู้รับคำสั่งเป็นผู้สืบค้น ซึ่งเป็นสภาวะที่การเล่นเปียโนน่าสนใจขึ้นมาก

ความหลากหลายในคาบหนึ่งก็สำคัญ เช่น สลับระหว่างช่วงฟัง ช่วงเล่น ช่วงด้นสด และช่วงอ่านโน้ต แต่ละช่วงไม่ต้องยาว การแบ่งคาบสี่สิบห้านาทีเป็นสี่ห้าช่วงย่อยช่วยให้ความสนใจกลับมาสดใหม่อยู่เสมอ และยังเปิดโอกาสให้ครูสังเกตว่านักเรียนแต่ละคนตื่นตัวกับกิจกรรมแบบไหน

R: ทำให้บทเรียนเชื่อมกับชีวิตของผู้เรียน

องค์ประกอบที่สองคือความเกี่ยวข้อง ผู้เรียนต้องเห็นว่าสิ่งที่ฝึกอยู่เชื่อมกับเป้าหมายหรือความสนใจของตัวเอง เคลเลอร์พูดถึงการเชื่อมกับเป้าหมาย การตอบสนองแรงจูงใจที่ผู้เรียนมีอยู่แล้ว และการใช้ตัวอย่างที่ผู้เรียนคุ้นเคย สเกลซีเมเจอร์จะมีความหมายขึ้นทันทีเมื่อผู้เรียนรู้ว่ามันคือวัตถุดิบของเพลงที่อยากเล่นในงานวันเกิดของเพื่อน

วิธีที่ใช้ได้ผลดีคือถามตั้งแต่คาบแรกว่าผู้เรียนอยากเรียนเปียโนไปเพื่ออะไร คำตอบอาจเป็นการเล่นเพลงประกอบซีรีส์ การผ่อนคลายหลังเลิกงาน หรือการสอบวัดระดับ ครูจึงเลือกแบบฝึกที่ตรงกับเป้าหมายนั้น และอธิบายทุกครั้งว่าทักษะใหม่จะพาไปใกล้เป้าหมายได้อย่างไร คนวัยทำงานที่มาเรียนดนตรีมักให้ความสำคัญกับข้อนี้เป็นพิเศษ

C และ S: ความมั่นใจกับความพึงพอใจ

องค์ประกอบที่สามคือความมั่นใจ ผู้เรียนจะพยายามเมื่อเชื่อว่าความพยายามนำไปสู่ความสำเร็จ เคลเลอร์แนะนำให้บอกเกณฑ์ความสำเร็จให้ชัด จัดงานที่ท้าทายแต่ทำได้ และให้ผู้เรียนรู้สึกว่าผลลัพธ์อยู่ในการควบคุมของตัวเอง สำหรับเปียโน หมายถึงการแตกเพลงยากเป็นท่อนสั้น ตั้งเป้าว่าวันนี้ทำท่อนนี้ให้ได้ที่ความเร็วช้าก่อน แทนการบอกกว้าง ๆ ว่าให้ไปซ้อมทั้งเพลง

องค์ประกอบสุดท้ายคือความพึงพอใจ เป็นความรู้สึกที่ทำให้ผู้เรียนอยากเรียนต่อหลังทำสำเร็จ เคลเลอร์แบ่งเป็นความภูมิใจจากภายใน รางวัลจากภายนอก และความรู้สึกว่าได้รับการประเมินอย่างเป็นธรรม ช่วงท้ายคาบที่ให้นักเรียนเล่นท่อนที่เพิ่งทำได้ให้ครูหรือผู้ปกครองฟัง หรือการอัดเสียงเก็บไว้เทียบกับสัปดาห์ก่อน ช่วยให้ความก้าวหน้าที่มองไม่เห็นกลายเป็นสิ่งที่ได้ยินชัด

สิ่งที่ครูควรระวังคือความสมดุลระหว่างองค์ประกอบ ถ้าเน้นความสนุกจนผู้เรียนไม่รู้ว่าพัฒนาไปถึงไหน ความสนใจจะหมดลงเมื่อความแปลกใหม่จางไป ถ้าให้รางวัลภายนอกบ่อยเกินไป ผู้เรียนอาจซ้อมเพื่อสติกเกอร์มากกว่าเพื่อเสียงเพลง เคลเลอร์จึงย้ำให้วิเคราะห์ผู้เรียนก่อน แล้วค่อยเลือกเติมเฉพาะองค์ประกอบที่ขาด แทนการใส่ทุกเทคนิคลงไปในทุกคาบ

ARCS ในยุคแอปสอนเปียโนออนไลน์

ช่วงเวลาที่แรงจูงใจถูกทดสอบหนักคือตอนผู้เรียนซ้อมคนเดียวที่บ้าน ซึ่งไม่มีครูคอยกระตุ้น นี่คือจุดที่ TIGA ALPHA ถูกออกแบบมาช่วยเติมเต็ม ในฐานะแอปพลิเคชันสอนเปียโนออนไลน์โดยทีมคนไทย ระบบสอนเปียโนด้วย AI ตอบกลับทันทีเมื่อผู้เรียนเล่นจบหนึ่งท่อน ทำให้ผู้เรียนรู้ว่าทำสำเร็จหรือยังโดยไม่ต้องเดา ซึ่งตรงกับองค์ประกอบความมั่นใจ และการได้เห็นว่าท่อนที่เคยพลาดเริ่มเล่นผ่านก็เติมองค์ประกอบความพึงพอใจ แตกต่างจากระบบของโรงเรียนดนตรีแบบดั้งเดิมที่ผลตอบรับมักรอไว้จนถึงคาบถัดไป

แนวทางการสอนในแอปมาจากครูอั้ม ผู้มีประสบการณ์สอนเปียโน 20 ปี และนั่งตำแหน่ง CEO แอปสอนเปียโน AI นี้เปิดให้ใช้บทเรียนด้วยภาษาไทย ภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีนกลาง ตามที่ผู้เรียนถนัด ครูที่สอนอยู่แล้วในรังสิตก็ใช้เป็นเครื่องมือเสริมระหว่างสัปดาห์ได้ โดยให้นักเรียนซ้อมกับแอปสอนเปียโนออนไลน์ แล้วนำจุดที่แอปชี้ไว้มาคุยกันในคาบ การเรียนเปียโนออนไลน์แบบนี้ไม่ได้แทนที่ครู แต่ทำให้ช่วงเวลาระหว่างคาบมีโครงสร้างมากขึ้น

สำหรับผู้เรียนที่ต้องการแผนระยะยาว คอร์สเรียนเปียโนออนไลน์ AI จัดลำดับบทเรียนให้ความยากเพิ่มทีละขั้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักการจัดงานที่ท้าทายแต่ทำได้ของเคลเลอร์ คอร์สเปียโนที่ดีจึงไม่ได้วัดกันที่จำนวนเพลง แต่วัดที่ผู้เรียนทำสำเร็จต่อเนื่องได้หรือไม่ ส่วนการเลือกเพลงที่มีความหมายกับผู้เรียนแต่ละคน และการตั้งเป้าหมายส่วนตัว ยังเป็นงานที่ครูกับผู้เรียนควรคุยกันโดยตรง

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: โมเดล ARCS คืออะไร ตอบ: ARCS เป็นกรอบการออกแบบการเรียนการสอนด้านแรงจูงใจที่จอห์น เอ็ม. เคลเลอร์ พัฒนาขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 ประกอบด้วยความสนใจ ความเกี่ยวข้อง ความมั่นใจ และความพึงพอใจ ครูใช้ตรวจว่าบทเรียนหนึ่งตอบโจทย์แรงจูงใจของผู้เรียนครบหรือยัง

ถาม: ครูสอนเปียโนจะเริ่มใช้ ARCS อย่างไรในคาบถัดไป ตอบ: ลองเขียนคำถามสี่ข้อก่อนเข้าคาบ ได้แก่ จะเปิดคาบด้วยอะไรให้นักเรียนสนใจ เพลงหรือทักษะวันนี้เชื่อมกับเป้าหมายของนักเรียนอย่างไร งานไหนยากพอดีจนนักเรียนทำสำเร็จได้ และจะปิดคาบอย่างไรให้นักเรียนรับรู้ว่าตัวเองพัฒนาขึ้น

ถาม: แอปสอนเปียโน AI ช่วยเรื่องแรงจูงใจได้แค่ไหน ตอบ: แอปช่วยได้มากในส่วนที่ต้องการความถี่และความชัดเจน เช่น คำติชมทันทีหลังเล่น และบทเรียนที่ไล่ความยากขึ้นทีละขั้น แต่แรงจูงใจจากความหมายส่วนตัว เช่น อยากเล่นเพลงให้คนในครอบครัวฟัง ยังต้องอาศัยการพูดคุยกับครูและผู้เรียนเอง

โมเดล ARCS เตือนว่าแรงจูงใจไม่ได้เกิดขึ้นเองหรือหายไปเองโดยไร้เหตุผล ทุกคาบเรียนและทุกการซ้อมคือโอกาสออกแบบความสนใจ ความเกี่ยวข้อง ความมั่นใจ และความพึงพอใจใหม่อีกครั้ง ไม่ว่าจะเลือกคอร์สเรียนเปียโนกับครู ใช้แอปสอนเปียโน หรือผสมทั้งสองแบบ การถามคำถามสี่ข้อนี้ก่อนเริ่มซ้อมจะช่วยให้การเล่นดนตรีเป็นสิ่งที่อยากกลับมาทำ ไม่ใช่การบ้านที่ต้องฝืน

ครูที่อยากให้นักเรียนกลับมาซ้อมเองทุกวัน และผู้เรียนที่อยากมีแรงจูงใจต่อเนื่อง ลองใช้คอร์สเปียโนที่ออกแบบความสำเร็จเล็ก ๆ ไว้ในทุกบทเรียน อยากเห็นว่าการซ้อมที่วัดผลได้ช่วยให้อยากเล่นต่ออย่างไร? เริ่มกับ TIGA ALPHA ได้ที่ https://tigaalpha.github.io/landing/ — ทุกคนเล่นแพ็กเกจพรีเมียมฟรี 7 วัน แล้วต่อเดือนละ 799 บาท หากอยากเรียนสดกับครูอั้ม ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.tigastudio.net/ ซึ่งเปิดสอนสดไม่เกิน 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ที่นั่งจึงมีจำนวนจำกัด ดูข้อมูลบริษัทและเทคโนโลยีของ TIGA ALPHA ได้ที่ https://www.tigaalpha.com

 
 
 

ความคิดเห็น


ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในโพสต์นี้ได้แล้ว เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเจ้าของเว็บไซต์
bottom of page