ทำไมบางคนเรียนเปียโนได้นานโดยไม่ต้องบังคับ: ทฤษฎีการกำหนดตนเองของเดซีและไรอันกับความต้องการพื้นฐานสามข้อของผู้เรียน
พ่อแม่หลายบ้านคุ้นกับภาพเดียวกัน ช่วงแรกที่ลูกได้เปียโนใหม่ ลูกนั่งเล่นได้ทั้งวันโดยไม่ต้องเรียก แต่ผ่านไปไม่นาน การซ้อมกลายเป็นเรื่องที่ต้องต่อรองกันทุกเย็น ผู้ใหญ่ที่กลับมาเริ่มเล่นดนตรีหลังเลิกงานก็เจอปัญหาคล้ายกัน คำถามคือทำไมความอยากเล่นที่เคยมีจึงจางหายไป และมีวิธีใดที่ช่วยให้ความอยากนั้นอยู่ได้นาน คำตอบที่มีงานวิจัยรองรับมากชุดหนึ่งมาจากนักจิตวิทยาสองคนในสหรัฐอเมริกา
ทดลองกับตัวต่อปริศนาเมื่อปี 1971
เอ็ดเวิร์ด เดซี เริ่มศึกษาเรื่องนี้ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1960 ในงานทดลองที่ตีพิมพ์ปี 1971 นักศึกษาถูกขอให้ต่อตัวต่อปริศนารูปทรงสามมิติที่เรียกว่าโซมา ซึ่งเป็นกิจกรรมที่คนส่วนใหญ่รู้สึกสนุก กลุ่มหนึ่งได้รับเงินเมื่อต่อสำเร็จในช่วงที่สองของการทดลอง อีกกลุ่มไม่ได้รับเงินเลย จากนั้นผู้วิจัยแอบสังเกตว่าในช่วงเวลาว่างที่ไม่มีใครสั่ง แต่ละคนยังหยิบตัวต่อขึ้นมาเล่นต่อหรือไม่
ผลที่ได้น่าสนใจ กลุ่มที่เคยได้เงินแล้วเงินถูกงดไป ใช้เวลาเล่นตัวต่อในช่วงว่างน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่เคยได้เงินเลย เดซีตีความว่ารางวัลภายนอกบางแบบทำให้คนเปลี่ยนมุมมองต่อกิจกรรม จากสิ่งที่ทำเพราะสนุก กลายเป็นสิ่งที่ทำเพื่อแลกของ เมื่อของหายไป เหตุผลที่จะทำต่อก็หายตามไปด้วย ปรากฏการณ์นี้ต่อมาถูกเรียกว่าผลบั่นทอนแรงจูงใจภายใน
งานของเดซีไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว ในปี 1973 มาร์ก เลปเปอร์ และคณะ ทดลองกับเด็กอนุบาลที่ชอบวาดรูป เด็กกลุ่มที่ถูกบอกล่วงหน้าว่าจะได้ใบประกาศเมื่อวาดเสร็จ ภายหลังวาดรูปในเวลาว่างน้อยลง ขณะที่เด็กที่ได้รางวัลแบบไม่คาดคิดไม่มีผลแบบเดียวกัน ต่อมาในปี 1999 เดซี ริชาร์ด โคสต์เนอร์ และริชาร์ด ไรอัน รวบรวมงานทดลอง 128 ชิ้นมาวิเคราะห์ร่วมกัน ผลรวมชี้ไปทางเดียวกับงานรุ่นก่อน
หนังสือปี 1985 และความต้องการพื้นฐานสามข้อ
เดซีร่วมงานกับริชาร์ด ไรอัน ที่มหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ และในปี 1985 ทั้งสองตีพิมพ์หนังสือ Intrinsic Motivation and Self-Determination in Human Behavior ซึ่งวางกรอบของทฤษฎีการกำหนดตนเอง หัวใจของทฤษฎีคือแนวคิดว่ามนุษย์มีความต้องการทางจิตใจพื้นฐานสามข้อ ซึ่งสำคัญต่อการเติบโตไม่ต่างจากที่ร่างกายต้องการอาหาร หากสามข้อนี้ได้รับการตอบสนอง แรงจูงใจจากภายในมักงอกงามได้เอง
ข้อแรกคือความเป็นตัวของตัวเอง หมายถึงความรู้สึกว่าสิ่งที่ทำมาจากการเลือกของเรา ไม่ใช่ถูกบังคับ ข้อที่สองคือความรู้สึกว่าตนทำได้ หมายถึงการเห็นว่าตัวเองรับมือกับงานที่ท้าทายได้และเก่งขึ้นจริง ข้อที่สามคือความผูกพันกับผู้อื่น หมายถึงความรู้สึกว่ามีคนเห็นคุณค่าและเชื่อมโยงกับเรา ทั้งสามข้อทำงานร่วมกัน ขาดข้อใดข้อหนึ่งไป แรงจูงใจก็มักเปราะบางลง
ข้อสังเกตที่สำคัญคือ ความเป็นตัวของตัวเองไม่ได้แปลว่าทำทุกอย่างคนเดียวหรือไม่ฟังใคร คนที่เลือกทำตามคำแนะนำของครูเพราะเห็นด้วยกับเหตุผล ก็ถือว่ามีความเป็นตัวของตัวเองสูง ส่วนคนที่ทำตามเพราะกลัวถูกดุ แม้จะทำเหมือนกันทุกประการ แต่แรงจูงใจต่างกันโดยสิ้นเชิง และมักหยุดทำเมื่อไม่มีใครคอยดู
แรงจูงใจไม่ได้มีแค่สองขั้ว
ในบทความปี 2000 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Psychologist ไรอันและเดซีอธิบายว่าแรงจูงใจไม่ได้แบ่งเป็นแค่ภายในกับภายนอก แต่เรียงเป็นช่วงต่อเนื่อง ปลายด้านหนึ่งคือการทำเพราะถูกสั่งหรือเพื่อรางวัล ถัดมาคือการทำเพราะรู้สึกผิดถ้าไม่ทำ จากนั้นคือการทำเพราะเห็นคุณค่าของสิ่งนั้น และการทำเพราะสิ่งนั้นกลมกลืนกับตัวตน ส่วนปลายอีกด้านคือการทำเพราะสนุกกับกิจกรรมเอง
แนวคิดนี้สำคัญกับการซ้อมดนตรี เพราะไม่ใช่ทุกขั้นของการเรียนที่สนุกในตัวเอง การไล่บันไดเสียงซ้ำ ๆ อาจไม่สนุกเท่าการเล่นเพลงที่ชอบ แต่ผู้เรียนที่เข้าใจว่าบันไดเสียงทำให้นิ้วคล่องและเล่นเพลงที่อยากเล่นได้เร็วขึ้น จะซ้อมด้วยแรงจูงใจแบบเห็นคุณค่า ซึ่งมั่นคงกว่าการซ้อมเพราะกลัวถูกตำหนิ หน้าที่ของครูจึงรวมถึงการอธิบายเหตุผลของแต่ละแบบฝึกด้วย
ถ้าแปลทฤษฎีให้เป็นภาษาของห้องเรียนดนตรี ความเป็นตัวของตัวเองอาจหมายถึงการให้ผู้เรียนเลือกเพลงจากรายการที่ครูคัดมาแล้ว หรือให้กำหนดเองว่าจะซ้อมช่วงเช้าหรือช่วงเย็น ส่วนผู้ปกครองอาจเปลี่ยนจากประโยคว่าต้องไปซ้อมเดี๋ยวนี้ เป็นการถามว่าวันนี้อยากซ้อมเพลงไหนก่อน การเปลี่ยนคำพูดเล็กน้อยนี้ไม่ได้ลดวินัย แต่เปลี่ยนความรู้สึกเป็นเจ้าของการซ้อม
นำทฤษฎีมาใช้กับการเรียนเปียโนที่บ้าน
ความรู้สึกว่าตนทำได้ต้องอาศัยงานที่ยากพอดี ไม่ง่ายจนเบื่อ และไม่ยากจนท้อ รวมถึงข้อมูลย้อนกลับที่ชัดเจนว่าตรงไหนดีขึ้นแล้วและตรงไหนยังต้องแก้ คำชมแบบเจาะจง เช่น ท่อนที่สองจังหวะนิ่งขึ้นมากจากเมื่อวาน มีประโยชน์กว่าคำชมกว้าง ๆ ว่าเก่งมาก เพราะบอกให้ผู้เรียนรู้ว่าพัฒนาการเกิดจากความพยายามของตัวเอง
ความผูกพันเกิดจากการมีคนที่ใส่ใจการเดินทางของเรา ครูที่จำได้ว่าสัปดาห์ก่อนผู้เรียนติดตรงไหน ครอบครัวที่นั่งฟังเพลงที่เพิ่งเล่นได้ หรือเพื่อนที่ซ้อมเพลงเดียวกัน ล้วนทำให้การซ้อมมีความหมายมากกว่าการทำแบบฝึกหัด สำหรับครอบครัวในปทุมธานีที่ทั้งพ่อแม่และลูกมีตารางแน่น การนัดฟังลูกเล่นสั้น ๆ ก่อนนอนก็เป็นวิธีง่ายที่ช่วยเติมข้อนี้ได้
ปัญหาของการซ้อมที่บ้านคือความรู้สึกว่าตนทำได้มักหายไประหว่างคาบ เพราะขาดคนยืนยันว่าวันนี้ดีขึ้นจากเมื่อวานจริงไหม TIGA ALPHA ออกแบบแอปสอนเปียโน AI เพื่อเติมช่องว่างนี้ ระบบตรวจโน้ตและจังหวะในขณะที่ผู้ใช้กำลังเล่น แสดงผลทันที และปรับความยากของบทถัดไปให้พอดีกับระดับ ผู้เรียนจึงเห็นพัฒนาการของตัวเองเป็นรูปธรรมทุกวัน แอปสอนเปียโนนี้เป็นผลงานของทีมคนไทยที่ตั้งใจยกระดับการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี AI
ความรู้สึกว่าทำได้กับคอร์สเรียนเปียโนออนไลน์ AI
ครูอั้ม CEO ของบริษัท สอนเปียโนมา 20 ปี และนำสิ่งที่เห็นในห้องเรียนจริงมาวางเป็นโครงบทเรียน หนึ่งในนั้นคือการเปิดให้ผู้เรียนเลือกลำดับเพลงและเวลาเรียนเอง ซึ่งตรงกับความต้องการด้านความเป็นตัวของตัวเอง บทเรียนเลือกภาษาได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีนกลาง ต่างจากโรงเรียนดนตรีแบบดั้งเดิมที่เวลาเรียนและเนื้อหามักถูกกำหนดตายตัวตามตารางของสถาบัน
ผู้ที่เลือกเรียนเปียโนออนไลน์ด้วยแอปพลิเคชันสอนเปียโนออนไลน์หรือคอร์สเรียนเปียโนออนไลน์ AI ยังควรมีคนร่วมทางด้วย เพราะเทคโนโลยีตอบความต้องการด้านความเป็นตัวของตัวเองและความรู้สึกว่าทำได้ดี แต่ความผูกพันยังมาจากมนุษย์เป็นหลัก การสอนเปียโนด้วย AI ร่วมกับครูที่สอนดนตรีแบบเรียนสด หรือคอร์สเปียโนที่มีการพบปะกัน จึงครบทั้งสามข้อ ส่วนแอปสอนเปียโนออนไลน์ทำหน้าที่เป็นเพื่อนซ้อมที่พร้อมทุกเวลา และคอร์สเรียนเปียโนแบบผสมนี้เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่อยากเรียนดนตรีระยะยาว ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มเรียนเปียโนหรือกลับมาฝึกใหม่
ทฤษฎีของเดซีและไรอันไม่ได้ให้สูตรลัดที่ทำให้ทุกคนรักการซ้อมในทันที แต่ช่วยให้เราถามคำถามที่ถูกต้อง เมื่อการซ้อมเริ่มฝืด ลองดูว่าขาดข้อใดอยู่ ผู้เรียนรู้สึกว่าไม่ได้เลือกเองหรือเปล่า งานยากหรือง่ายเกินไปหรือไม่ หรือรู้สึกว่าไม่มีใครเห็นความพยายาม การแก้ให้ตรงจุดมักได้ผลกว่าการเพิ่มรางวัลหรือเพิ่มคำสั่ง และทำให้การเล่นเปียโนเป็นสิ่งที่ผู้เรียนอยากกลับมาหาเองทุกวัน
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ทฤษฎีการกำหนดตนเองคืออะไร ตอบ: เป็นทฤษฎีแรงจูงใจที่เอ็ดเวิร์ด เดซี และริชาร์ด ไรอัน แห่งมหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ พัฒนาขึ้น เสนอว่ามนุษย์มีความต้องการทางจิตใจพื้นฐานสามข้อ คือความเป็นตัวของตัวเอง ความรู้สึกว่าตนทำได้ และความผูกพันกับผู้อื่น เมื่อสภาพแวดล้อมตอบสนองทั้งสามข้อ คนมักมีแรงจูงใจจากภายในและทำสิ่งนั้นได้ต่อเนื่องกว่า
ถาม: ควรให้รางวัลเด็กเมื่อซ้อมเปียโนหรือไม่ ตอบ: ให้ได้ แต่ต้องเลือกแบบ งานวิเคราะห์รวมของเดซี โคสต์เนอร์ และไรอัน ปี 1999 พบว่ารางวัลที่จับต้องได้และบอกล่วงหน้าว่าจะได้เมื่อทำงานเสร็จ มักลดความสนใจในตัวกิจกรรม ส่วนคำชมที่บอกข้อมูลชัดเจนว่าทำอะไรได้ดี มักไม่ลดแรงจูงใจ จึงควรเน้นคำชมที่เจาะจงมากกว่าการแลกของ
ถาม: แอปสอนเปียโนออนไลน์ช่วยเรื่องแรงจูงใจได้แค่ไหน ตอบ: แอปช่วยเรื่องความรู้สึกว่าทำได้ด้วยการบอกผลทันทีและปรับความยากให้พอดี และช่วยเรื่องความเป็นตัวของตัวเองด้วยการให้เลือกเวลาและบทเรียน ส่วนความผูกพันยังต้องอาศัยคนรอบตัว เช่น ครู เพื่อน หรือครอบครัวที่นั่งฟังและให้กำลังใจ
การซ้อมที่ยั่งยืนเริ่มจากการได้เลือก ได้เห็นว่าตัวเองเก่งขึ้น และมีคนเดินไปด้วยกัน ถ้าอยากลองการซ้อมแบบที่เห็นพัฒนาการของตัวเองชัดเจนทุกวัน เริ่มบทเรียนแรกกันเลยไหม? เริ่มกับ TIGA ALPHA ได้ที่ https://tigaalpha.github.io/landing/ — ทุกคนเล่นแพ็กเกจพรีเมียมฟรี 7 วัน แล้วต่อเดือนละ 799 บาท หากอยากเรียนสดกับครูอั้ม ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.tigastudio.net/ ซึ่งเปิดสอนสดไม่เกิน 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ที่นั่งจึงมีจำนวนจำกัด ดูข้อมูลบริษัทและเทคโนโลยีของ TIGA ALPHA ได้ที่ https://www.tigaalpha.com



ความคิดเห็น