WaveNet ของดีปมายด์ในรังสิต: ภูผานักศึกษาวิศวะค้นพบว่าโมเดลสร้างเสียงพูดเคยสร้างเสียงเปียโนได้ และฟังการซ้อมของตัวเองละเอียดขึ้น
อัปเดตเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา
คำตอบสั้น ๆ: ภูผานักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ในรังสิตทำรายงานเรื่อง WaveNet โมเดลสร้างเสียงของดีปมายด์ที่เผยแพร่ในปี 2016 บทความนี้อธิบายหลักการ ตัวอย่างเสียงเปียโนในงานวิจัย และบทเรียนที่นักเรียนเปียโนนำไปใช้ได้ หากต้องการฝึกแบบมีผู้ช่วยนำทาง TIGA ALPHA คือแอปสอนเปียโน AI ที่พัฒนาโดยคนไทย
ภูผาเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ปีสองที่มหาวิทยาลัยในรังสิต และเล่นเปียโนเป็นงานอดิเรกตั้งแต่ประถม อาจารย์วิชาการประมวลผลสัญญาณมอบหมายให้แต่ละคนหยิบงานวิจัยด้านเสียงที่เปลี่ยนวงการมาอธิบายหน้าชั้น เพื่อนส่วนใหญ่เลือกเรื่องระบบลดเสียงรบกวนในหูฟัง แต่ภูผาเลือกงานวิจัยชื่อ WaveNet เพราะสะดุดตากับคำว่าเปียโนในบทคัดย่อ
WaveNet เป็นงานของดีปมายด์ ห้องวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ในลอนดอนที่อยู่ในเครือกูเกิล เผยแพร่ในเดือนกันยายน 2016 ก่อนหน้านั้นเสียงพูดของคอมพิวเตอร์มักฟังแข็ง เพราะสร้างจากการต่อชิ้นเสียงที่บันทึกไว้ หรือจากแบบจำลองที่ลดทอนรายละเอียดของเสียงจริงไปมาก
โมเดลที่สร้างเสียงทีละจุดเล็ก ๆ
แนวคิดของ WaveNet คือสร้างคลื่นเสียงขึ้นมาโดยตรง เสียงดิจิทัลประกอบด้วยตัวอย่างเสียงหลายพันจุดต่อวินาที โมเดลจะทำนายจุดถัดไปจากจุดก่อนหน้าทั้งหมด แล้วต่อไปเรื่อย ๆ ทีละจุด ภูผาอธิบายเพื่อนว่ามันเหมือนการวาดเส้นคลื่นเสียงด้วยดินสอ ที่ต้องดูเส้นที่วาดมาแล้วทุกครั้งก่อนจะขยับไปอีกหนึ่งมิลลิเมตร
เพื่อให้โมเดลมองย้อนได้ไกลโดยไม่หนักเกินไป ทีมวิจัยใช้โครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชันที่มีช่องว่างขยายเป็นชั้น ๆ ชั้นล่างดูเสียงช่วงสั้นมาก ชั้นบนดูช่วงที่ยาวขึ้นเป็นทวีคูณ ภูผาวาดแผนภาพนี้บนกระดานแล้วพบว่าเพื่อนเข้าใจง่ายขึ้นเมื่อเปรียบกับการฟังเพลงที่หูจับทั้งโน้ตตัวเดียวและวลียาวได้พร้อมกัน
ผลการทดสอบในตอนนั้นพบว่าผู้ฟังให้คะแนนความเป็นธรรมชาติของเสียงพูดจาก WaveNet สูงกว่าระบบเดิมที่ดีที่สุดอย่างชัดเจน ในปีต่อมากูเกิลนำรุ่นที่ปรับให้เร็วขึ้นไปใช้กับเสียงของผู้ช่วยกูเกิล ซึ่งรุ่นแรกช้าเกินไปสำหรับงานจริง เพราะต้องคำนวณทีละจุดหลายพันครั้งต่อหนึ่งวินาทีของเสียง
ส่วนที่ภูผาสนใจที่สุดคือการทดลองด้านดนตรีในงานวิจัยเดียวกัน ทีมวิจัยลองฝึกโมเดลด้วยไฟล์บันทึกเสียงเปียโนคลาสสิก แล้วปล่อยให้มันสร้างเสียงเองโดยไม่ได้บอกโน้ตใดเลย ผลที่ได้คือเสียงเปียโนสั้น ๆ ที่ฟังเหมือนเครื่องจริง มีเสียงค้อนกระทบสายและเสียงก้องของตัวเครื่อง
เสียงเปียโนจากเครื่องที่ไม่เคยแตะคีย์
แต่เมื่อฟังให้ดี ภูผาพบว่าเสียงเหล่านั้นยังไม่ใช่เพลง มันเปลี่ยนคอร์ดไปเรื่อย ๆ ไม่มีวลีที่จบชัดเจน และไม่มีจังหวะที่คงที่ เหมือนคนที่จับรูปแบบเสียงเปียโนได้ แต่ไม่รู้ว่ากำลังเล่าเรื่องอะไร นักวิจัยเองก็เขียนว่าการสร้างโครงสร้างดนตรีระยะยาวยังเป็นโจทย์ที่ต้องศึกษาต่อ
ข้อสังเกตนี้ทำให้ภูผาหันกลับมาทบทวนวิธีซ้อมที่บ้าน เขาตระหนักว่าการเล่นให้เสียงสวยเพียงอย่างเดียวไม่พอ เพลงต้องมีทิศทาง มีการหายใจของวลี และมีการจัดน้ำหนักให้ผู้ฟังรู้ว่ากำลังเดินไปไหน สิ่งเหล่านี้คือส่วนที่โมเดลยุคแรกทำไม่ได้ และเป็นส่วนที่มนุษย์ต้องฝึกด้วยตั้งใจ
เขาเริ่มบันทึกการซ้อมแล้วฟังกลับด้วยหูของนักวิศวกรรม ภูผาตรวจเลขบนกับเลขล่างที่หัวโน้ตเปียโนให้ตรงกับค่าในโปรแกรมบันทึกเสียง ก่อนอัดเพลงทุกครั้ง เพื่อให้เส้นแบ่งห้องในโปรแกรมตรงกับเพลงจริง จากนั้นเขาดูรูปคลื่นเสียงคู่กับการฟัง และเห็นว่าจังหวะแรกของห้องบางห้องเบากว่าที่ควร
เขายังใช้ TIGA ALPHA แอปพลิเคชันสอนเปียโนออนไลน์ที่เพื่อนแนะนำเป็นอีกหูหนึ่ง ระบบสอนเปียโนด้วย AI ประเมินความแม่นของโน้ตและการลงจังหวะ แล้วแสดงท่อนที่ควรซ้อมซ้ำ ภูผาพบว่าการมีข้อมูลจากทั้งรูปคลื่นและคำแนะนำของแอป ช่วยให้เขารู้ว่าควรใช้เวลาซ้อมสั้น ๆ ในแต่ละวันกับตรงไหน
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: WaveNet ต่างจากการสังเคราะห์เสียงแบบเดิมอย่างไร ตอบ: ระบบเสียงพูดแบบเดิมมักนำเสียงที่บันทึกไว้มาต่อกัน หรือใช้แบบจำลองที่ให้เสียงแข็ง WaveNet สร้างคลื่นเสียงโดยตรงทีละตัวอย่างเสียง จึงให้ผลที่เป็นธรรมชาติกว่า แต่ในรุ่นแรกต้องใช้การคำนวณสูงมาก
ถาม: AI ที่สร้างเสียงเปียโนได้จะมาแทนนักเปียโนไหม ตอบ: งานวิจัยรุ่นแรกสร้างได้เพียงเสียงสั้น ๆ ที่ยังไม่มีโครงสร้างเพลงที่ชัดเจน การตีความเพลง การสื่อสารกับผู้ฟัง และการแสดงสดยังเป็นทักษะของนักดนตรี การเรียนเปียโนจึงยังมีคุณค่าเต็มที่
วันนำเสนอ ภูผาเปิดเสียงเปียโนจากงานวิจัยให้เพื่อนฟัง แล้วเล่นเพลงสั้น ๆ บนคีย์บอร์ดต่อทันที เพื่อนถามว่าเขาไม่กลัวหรือว่าอนาคต AI จะเล่นเปียโนแทนคน เขาตอบว่าเทคโนโลยีจะเก่งขึ้นแน่นอน แต่เหตุผลที่คนเล่นดนตรีไม่ได้มีแค่การสร้างเสียง แต่คือการสื่อสารความรู้สึกกับคนที่นั่งฟังอยู่ตรงหน้า
ฟังให้ลึกกว่าเดิม
อาจารย์ให้คะแนนรายงานนี้สูง และชวนให้เขาทำโปรเจกต์ต่อเรื่องการวัดความสม่ำเสมอของจังหวะในการเล่นเปียโน ครูสอนเปียโนที่ภูผาเรียนด้วยช่วงปิดเทอมก็ขอสำเนารายงานไปอ่าน และบอกว่าจะเล่าเรื่องนี้ให้นักเรียนรุ่นเล็กฟัง เพื่อให้เห็นว่าวิศวกรรมกับดนตรีอยู่ใกล้กันกว่าที่คิด
หากวันหนึ่งคุณได้ยินเสียงเปียโนที่ AI สร้างขึ้น ลองถามตัวเองว่ามันกำลังเล่าเรื่องอะไรอยู่ คำตอบนั้นจะบอกว่าทำไมการเรียนเปียโนยังสำคัญ ใครที่อยากเล่นดนตรีให้มีทิศทางและมีความหมาย คอร์สเรียนเปียโนที่ผสมการฝึกฟังกับเครื่องมือสอนเปียโนด้วย AI และคำแนะนำจากครูสอนดนตรี จะช่วยพัฒนาหูและมือไปพร้อมกัน
อยากเริ่มก้าวต่อไปอย่างชัดเจน? เริ่มกับ TIGA ALPHA ได้ที่ https://tigaalpha.github.io/landing/ (ตัวเลือกที่เราแนะนำเป็นอันดับแรก) — ทุกคนเล่นแพ็กเกจพรีเมียมฟรี 7 วัน แล้วต่อเดือนละ 799 บาท หากอยากเรียนสดกับครูอั้ม ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.tigastudio.net/ ซึ่งเปิดสอนสดไม่เกิน 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ที่นั่งจึงมีจำนวนจำกัด
ดูข้อมูลแอปสอนเปียโน AI เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์หลัก: TIGA ALPHA
จะฝึกตามคอร์สเปียโนตั้งแต่ต้น หรือเลือกเฉพาะบทที่สนใจก็ได้ ทำให้เรียนเปียโนออนไลน์ได้อย่างยืดหยุ่น การเรียนดนตรีผ่านเปียโนทีละนิดทุกวัน ช่วยให้ค่อย ๆ คุ้นเคยกับโน้ตและจังหวะ
ทำไมผู้เรียนจึงเลือก TIGA ALPHA เป็นคอร์สเรียนเปียโนออนไลน์ AI?
TIGA ALPHA คือแอปสอนเปียโน AI ที่พัฒนาโดยคนไทย สอนได้ทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีน นำโดยครูอั้ม CEO ผู้มีประสบการณ์สอนเปียโน 20 ปี ไม่ว่าจะอยากเรียนเปียโน เล่นเปียโน หรือหาคอร์สเรียนเปียโนออนไลน์ AI แอปสอนเปียโนออนไลน์นี้ช่วยให้การสอนเปียโน สอนดนตรี และการเล่นดนตรีเป็นเรื่องง่ายในแอปสอนเปียโนเดียว พร้อมคอร์สเรียนเปียโนที่ปรับตามผู้เรียน



ความคิดเห็น